ตึกตัก ตึกตัก ..
เสียงหัวใจดังขึ้นพร้อมเสียงเพลงจากเกมส์ที่ฉันเล่นอยู่
ฉันเงยหน้า พร้อมสบตาเธอ
เธอมองฉัน  ฉันยิ้มให้ไป เธอยิ้มให้มา
เรายิ้มให้กัน .

 

ฉันหันกลับไปมองเธออีกครั้ง
เธอยังมองฉัน  รอยยิ้มที่เกิดขึ้นบนหน้า บวกกับสายตาของเธอนั้น
ราวกับโดนมนต์สะกด เวลานั้นแทบจะหยุดเดินไป
เพราะรอยยิ้มและสายตาของเธอ


“เล่นแร๊คด้วยหรอ”
ฉันพยักหน้าแล้วยิ้ม
“จริงอะ อยากเล่นด้วย”
“จดชื่อเซิฟที่เราเล่นไปไหม ?”
เธอยิ้มแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม เรานั่งเยื้องกัน “เอาสิ”
เธอให้เราจด เราเขียนชื่อตัวที่เราเล่นลงไป เธอบอกว่าเหมือนเคยเห็นชื่อเรามาก่อน
นี่เป็นเรื่องบังเอิญใช่ไหม ?

 

เห้ย !
เสียงร้องเบา ๆ ออกจากปากเมื่อเห็นรูปโปรไฟล์ที่คุ้นตาในเวปไซต์โซเชียลยอดฮิตในขณะนั้น
hi-5..
ฉันคลิกเข้าไปดูอย่างรวดเร็ว สำรวจทุกอย่าง
ฉันเจอเธออีกครั้ง บนอีกโลกหนึ่ง .. โลกอินเตอร์เน็ต
รูปที่เธอใส่เสื้อสีแดง รูปแรกที่ฉันเห็นนั้น ฉันยังคงมีอยู่
เซฟไว้ เก็บไว้ .. โดยไม่รู้ทำไม

 

เราคุยกันมาตลอด
เจอกันอีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง

เป็นครั้งแรกที่ข้ามถนนกับเพื่อนผู้ชาย
เพื่อนผู้ชายคนแรก ที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วได้ตอนอยู่ข้าง ๆ
เพื่อนผู้ชายคนแรกที่โทรศัพท์คุยกันทุกวัน
เพื่อนผู้ชายคนแรกที่จับมือฉัน
เพื่อนผู้ชายคนแรกที่ทำให้รู้สึกได้ถึงความพิเศษของความรัก

 

ฉันนั่งเขียนไดอารี่ถึงเธอ
น้ำตารินไหล ถึงเช็ดเป็นร้อยครั้ง มันก็ยังไหลออกมา
ยิ่งคิดถึงเธอ ความเร็วของน้ำตายิ่งไหลมากขึ้นแปรผันตามความคิดถึงในขณะนั้น
ฉันชอบเธอไปแล้วจริงจริง ทุกอย่างคงดีมากกว่านี้ เรื่องของเราอาจจะสวยงามมาก
ถ้าเธอไม่มีผู้หญิงคนนั้น

 

ฉันใช้เวลาทำตัวเย็นชาใส่เธอ
ทุกวัน  ร้องไห้ โดยไม่รู้เหตุผล
อยากให้เธอหายไป ไปให้ไกล
ในที่สุด วันหนึ่งเธอก็หายไปจริงจริง
พอเธอหายไป .. ทำไมนะ
ฉันต้องคิดถึงเธอ

 

เราคุยกันอีกครั้ง
เธอนัดฉันไปหา .. แปลกใจทำไมตัวเองถึงยอมไป
เราเจอกัน หัวเราะ มีความสุข แต่อยู่ดีดี เราก็มีปัญหา
เธอเดินจากไป ไปหาผู้หญิงอีกคนของเธอ
ฉันยืนอยู่ทีเดิม คนเดียว
อีกครั้ง

 

ฉันกดโหลดแอปพลิเคชั่นหนึ่งของ iphone
โหลดมา ฉันเห็นคอนแทคของเธอโชว์ขึ้นมา คอนแทคที่ไม่เคยคิดลบออกไป
หัวใจมีโอกาสเต้นโครมครามอีกครั้ง เมื่อสายตาของฉันเห็นคำทักทายของเธอ
Hey.
บทสนทนาของเราเริ่มอีกครั้ง
ฉันเล่าเรื่องที่ผ่านมา ทุกความรู้สึกที่มีต่อเธอตอนนั้น
เธอก็เล่าเรื่องของเธอ ทุกความรู้สึกที่มีต่อฉันตอนนั้น
เราคิดเหมือนกัน
ฉันติดต่อเธออีกครั้ง ด้วยความรู้สึกเดิม ๆ ที่ยังหลงเหลือในใจ

 

เราคุยกันทุกวัน
เธอมักแสดงความหึงหวงออกมา แต่ฉันกลับทำแบบเธอไม่ได้
ฉันทำได้แค่รักเธอ แต่ฉันจะไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของของเธอ
เธอมักแสดงคำพูดแบบนั้นออกมา โดยไม่คิดบ้างเลยว่าฉันจะรู้สึกยังไง
เธอจะรู้บ้างไหม ถ้าเป็นคนอื่น ฉันจะไม่ทน
ฉันขอเน้นอีกครั้ง ถ้าเป็นคนอื่น
แต่เธอไม่ใช่นี่นา .. ฉันเลยทน ฉันยอม

 

เธอจะรู้บ้างไหมนะ .
เรื่องของเราไม่เคยจืดจางหายไปจากความรู้สึก จากหัวใจของฉัน
ฉันจำได้ทุกอย่าง
บทสนทนาครั้งแรก ภาพครั้งแรกที่เราเจอกัน  ครั้งแรกที่เดินข้ามถนน  สีเสื้อตัวที่เธอใส่ไปเที่ยวกันครั้งแรก 
ฉันจำได้ทุกอย่าง ถ้าเป็นเรื่องของเธอ .. แล้วเธอล่ะ ?
จำเรื่องของฉันได้บ้างไหม.

 

ไม่รู้ว่า การเดินทางของเรา จะไปได้ไกลสักเท่าไหร่
เธอคงไม่รู้หรอกว่าความรัก พยายามอยู่คนเดียวไม่ได้
รัก เป็นเรื่องของคนสองคน
หรือว่าความหมายของรักเราต่างกัน ?
แต่ก็ช่างมันปะไร เพราะตอนนี้ ..
ฉันดีใจที่มีเธอในชีวิตของฉันอีกครั้ง


ไม่ว่ามันจะเป็นยังไง การเดินทางของเราครั้งนี้จะเป็นแบบไหน
ฉันยินดีจะเดินร่วมทางกับเธออีกครั้ง
แต่ก่อนอื่น .. ช่วยสัญญาอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม ?
อย่าหายไปจากชีวิตฉันอีกเลย.

 

 

เหงา.

posted on 01 Jan 2012 17:04 by poet-p

เหงา ,,

คำ ๆ นี้ได้ยินจนน่าเบื่อสำหรับฉัน

พูดกันอยู่ได้ซ้ำไปซ้ำมาวนไปวนมา

เหงาคืออะไร ?

 

‘เราห่างกันสักพักนะ’

‘เธอไม่เหมาะกับเราหรอก เธอเป็นคนดี’

‘ขอโทษนะ แต่เธอไม่ใช่’

‘เราหวังว่าเธอจะเจอคนใหม่ที่ดีนะ’

ประโยคแนวนี้ได้ยินมาหลายครั้ง ..

เจ็บปวด ใช่ .. มันรู้สึก

แต่ยังไม่เคยสัมผัสถึงมันสักครั้งเลย ความเหงา

 

‘บาย โชคดี เดินทางดี ๆ นะ’

ฉันเดินกลับหลังจากส่งเพื่อนไปหาคนรักของเขา

ก่อนหน้านี้เราเดินมาด้วยกัน

ตอนนี้ฉันเดินอยู่คนเดียว ..

ระหว่างก้าวเดิน ฉันมองไปรอบ ๆ ตัว

คนอื่น ๆ ก็มาคนเดียวเหมือนกัน ..

ฉันไม่เป็นไร ..

 

ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลสำคัญ

ฉันนั่งคลิกปุ่มเม้าส์ คีย์บอร์ดอยู่ที่บ้าน

กดดูไปเรื่อย ๆ ชีวิตอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์

เผลอหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์

มันเงียบจังเลย ..

 

วันคริสมาสต์ผู้คนแต่งตัวหลากสีสัน

เดินวนไปวนมาถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาส ตุ้กตาต่าง ๆ

ฉันนั่งเดินมองผู้คนไปมา

หันกลับไปมองเพื่อนที่มาด้วยกัน ที่พกแฟนมาด้วย

ฉันหันกลับไปมองผู้คนอีกครั้ง ความรู้สึกเปลี่ยนไป

โฟกัสสายตามันเปลี่ยน ..

เขาจับมือกัน เขาเดินควงแขนกัน เขาหัวเราะด้วยกัน

เขาในความหมายของฉันนั้นมาเป็นคู่

ฉันก้มหน้ามองมือตัวเองแล้วใจก็หวิว ๆ ขึ้นมา

ฉันมาคนเดียว .

 

นาทีแห่งการเฉลิมฉลองผ่านไป

ขอให้ความสุขสันต์จงอยู่กับเรา

ความเศร้าหมองของปีที่แล้วทิ้งไป

ทำได้แค่คิด ..

เพราะความจริงยิ่งเราอยากทิ้งมันไปเท่าไหร่ มันก็ยิ่งอยากอยู่กับเรามากขึ้น

ฉันมองดูนาฬิกาที่กำลังเดิน เดินต่อไม่หยุด

น้ำตาร่วงรินไหลลงมา

ปล่อยตัวเองให้อยู่กับความรู้สึกแบบนั้น

ฉันรู้ตัว แต่พยายามหลอกตัวเองตลอดมา

ฉันเหงาเหลือเกิน ..

แล้วคุณล่ะ เหงาเหมือนฉันบ้างไหม ?

#the way . . ต่อให้ฉันเลือก

posted on 04 Dec 2011 23:50 by poet-p

ท่ามกลางผู้คนมากมายบนท้องถนนสีลมในวันสงกรานต์
สายตาของเราประสานกัน
หัวใจบอกกับฉันให้ได้ยินคำนี้อีกครั้ง
รักแรกพบ

 

‘เธอ ขอน้ำหน่อย’
ฉันหันไปพร้อมรอยยิ้ม เทน้ำลงกระป๋องแป้งดินสอพอง
‘เห้ย.. ’
ฉันร้องขึ้นมาหลังจากเขาเอาแป้งเย็นเฉียบ เพราะน้ำของฉัน มาแตะที่แก้ม
เขายิ้ม ..
ฉันก็ยิ้ม  : )

‘น้องคนนั้นน่ารักว่ะ’
‘กูว่าแม่งยิ่งกว่าน่ารัก เรียกว่าน่ารักสัด ๆ ’
เพื่อนสองคนที่ยืนขายน้ำอยู่ข้าง ๆ ฉันพูดขึ้นพร้อมส่งกระป๋องเบียร์ให้ลูกค้า
 ใช่แล้ว  .. ฉันกำลังยืนขายเครื่องดื่มและแป้งในวันสงกรานต์ ฉันได้มีโอกาสเป็นครั้งแรกที่ได้เป็นแม่ค้า(จำเป็น)
 และโอกาสนี้เอง ที่หยิบยื่นความรักให้ฉัน ,, อีกครั้ง
‘มึงว่าไงวะ’
‘กูก็คิดเหมือนมึงนั่นแหละ ’
เราสามคนฮาขึ้นมาพร้อมกัน ไม่นานนักน้องกลุ่มเดิมก็เดินมา แน่นอนว่าพวกเขาเป็นลูกค้าประจำของร้านเรา
‘เธอ เราช่วย’
น้องคนเดิมเดินเข้ามาจับก้อนน้ำแข็งที่ฉันกำลังจะหย่อนลงไปในถัง
ฉันเงยหน้าขึ้นไป เขาก้มหน้าลงมา
สายตาของเราประสานกัน หน้าเราห่างกันไม่กี่เซนติเมตร
ฉากนั้นฉันจำได้ดี เพราะว่า นอกจากหัวใจของฉันจะเต้นเร็วไม่เป็นจังหวะแล้ว
เข็มเวลาของฉันยังหยุดเดินไปอีกด้วย ..

‘เธอไม่ใช้บีบีหรอ’
‘อ๋อ ไม่อะเราใช้ไอโฟนมันก็มากพอละ’
‘หรอ …’
ความเงียบที่มุมเล็ก ๆ ระหว่างเราสองคนเกิดขึ้นในเทศกาลสุขสันต์นี้
ทั้ง ๆ ที่เขาชวนคุยแท้ ๆ แต่ฉันกลับทำอะไรไม่ได้เลย ..
ในสมองฉันคิดเพียงว่า จะหยุดหรือจะถอย
ถ้าถอยไปโอกาสนี้อาจจะไม่มีอีกแล้ว จะปล่อยเขาให้เป็นเรื่องหนึ่งในความทรงจำวันสงกรานต์งั้นหรอ ..
‘เล่น m ป่าวล่ะ ?’
รอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนหน้าเขา ทำให้ฉันรู้คำตอบทันที
‘เล่นสิ เอาเมลล์เธอมาละกัน ’

ระหว่างทางถนนที่แสนไกล
ฉันเดินกลับบ้านพร้อมรอยยิ้มแสนสุขใจ
ค่ำคืนสุดท้ายของวันสงกรานต์กำลังจะหมดไป
แต่เรื่องราวของฉันกับเขา เพิ่งจะเริ่มขึ้นเอง

 

‘อ้าว เราคิดว่าเธอรุ่นเดียวกับเรา’
‘ห่างกันสามปีแบบนี้เราต้องเรียกพี่มั้ยเนี่ย’
‘โอเค เราไม่เรียกพี่เราเรียกชื่อนะ’
‘ถามทำไม จะเอาไปดูดวงหรอไง’
‘ธีรวัฒน์’
ช่วงเวลาของฉันดูสั้นไป เมื่อเราได้คุยกัน
เวลาหนึ่งชั่วโมง เหมือนผ่านไปไม่กี่นาที
เวลาหนึ่งวัน ช่างแสนมีความหมาย
ฉันเฝ้านับวันเวลาให้ผ่านพ้นไปไวไว
ฉันอยากรู้จักกับเขาไปอีกนานแสนนาน


พอเราได้รู้สึกว่า’ชอบ’ ใครสักคน
ความกลัวก็จะเกิดขึ้น  ..
กลัวความต่าง กลัวว่าเขาไม่คิดเหมือนเรา กลัวเรื่องเวลา .. กลัวไปหมด
มันเป็นเรื่องธรรมดา ที่ใคร ๆ ก็คงรู้สึกกัน
ถ้าใคร ๆ เป็นเซต ฉันก็คงเป็นสับเซต
ฉันกลัวเรื่องความต่างของอายุ  ..
‘แกคิดมาก สามปีนะไม่ใช่สามสิบปี’
เขาพูดขึ้นมาติดตลก แต่น้ำตาฉันรินไหล
ไม่เป็นฉันตอนนี้ ไม่รู้หรอก ..
ว่าช่วงเวลาดี ๆ แบบนี้มันไม่ได้มีบ่อยนัก
ฉันแค่อยากให้เขาอยู่ด้วยกันนาน ๆ
เท่านั้นเอง ..

 

เรานัดเจอกันครั้งแรก หลังจากวันสงกรานต์นั้น
ฉันพยายามแต่งตัวให้ดูเด็กที่สุด
ขนาดส้นสูงที่ฉันรักหนักหนา เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าคู่ใจ ฉันยังจำใจโบกมือลา
ใส่รองเท้าทั่วไป ตามแบบที่เด็กใส่กัน
ใช่แล้ว .. ฉันกำลังทำตัวเป็นเด็ก เพราะฉันคุยกับเด็ก
ฉันยอมเปลี่ยนสไตล์ตัวเอง
ทำไมฉันต้องทำถึงขนาดนี้นะ ?
เหตุผลบ้าบออะไรคงไม่สำคัญเท่ากับว่า
ฉันชอบเขามาก ,,แค่นั้นเอง

‘นี่ ถ้าเราให้แหวน ธีจะใส่ไหม ?’
‘ใส่สิ ธีจะใส่จนตายเลย’
ฉันยิ้ม หยิบแหวนขึ้นมา แล้วค่อย ๆ วางแหวนไปที่ลงมือของเขา
‘เก็บไว้ดี ๆ นะ ’

 

ตอนนี้เขานั่งอยู่ข้าง ๆ ฉัน ..
บรรยากาศดี ๆ ลมพัดเย็น ๆ รอบตัวเป็นสระน้ำ
ฉันนั่งอยู่บนชั้นออกกำลังกาย ที่คอนโดของเขา
‘แก ไปแทงสนุ้กกันไหม ?’
เหมือนเวลาของฉันหยุดไปชั่วครู่
พอรู้ตัวอีกทีฉันก็ถือไม้และยืนอยู่ข้างโต๊ะสนุ้กเกอร์
เป็นเรื่องใหม่ที่ฉันได้รู้ว่า เขาชอบเล่นสนุ้กมาก
และถ้าเขาชอบ .. ก็แน่นอนได้เลยว่า
ฉันก็ชอบเหมือนกัน

อยากจะรักเธอไปทั้งหัวใจ
อยากจะหยุดเวลาไว้
อยากจะกอดเก็บเธอไว้
อยู่กับฉันผู้เดียว
อยาก .. ฉันทำได้แค่นั้น

 

เวลาผ่านไปไม่รู้เท่าไหร่
ฉันซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ .. อาจจะดูโอเวอร์เกินไป
แต่พูดได้เต็มปากเลยว่า
ฉันซื้อมาเพื่อไว้คุยกับเขา ..
ฉันไม่รู้ว่าความรักแท้จริงแล้วคืออะไร
ฉันไม่รู้ว่าเราจะจากกันวันไหน
ฉันไม่รู้ว่าเรื่องของเรามันสั้นยาวเท่าไหร่
แต่ฉันรู้เพียงแค่ว่า ..
ฉันจะพยายามรักษาเรื่องของเราไว้ให้นานที่สุด
และมีสิ่งใดที่ทำให้ฉันได้ใกล้ชิดกับเขาได้
ฉันจะทำ ..
เพราะวันนี้เขาคือความสุขของฉัน

 

หากวันนี้มีคนมาถามฉันว่า ความรักคืออะไร
ฉันคงไม่ตอบเป็นนิยาม หรือถ้อยคำพูดใด ๆ
เพราะคำตอบของฉัน ..
จะเป็นชื่อของเขา

 

ฉันนั่งอยู่ในร้านที่ไม่เคยคิดจะเข้า เป็นร้านไอศกรีมที่ไม่คิดจะลอง
ไอศกรีมผลไม้ ไอศกรีมโยเกิร์ต
แค่คิดก็อี๋แล้ว ..
แต่ตอนนี้ไม่รู้ทำไมไอศกรีมร้านนี้ถึงอร่อยกว่าไอศกรีมไหน ๆ บนโลกที่เคยกินมา
หรืออาจจะเป็นเพราะว่า  ..
เรานั่งกินไอศกรีมถ้วยเดียวกัน

 

เขาไปเที่ยวกับเพื่อนหนึ่งอาทิตย์
หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนไป
เราคุยกันน้อยลง
เขาไม่มีเวลา ฉันไม่มีเวลา
ฉันต้องไปรับน้องที่มหาวิทยาลัย เขาเปิดเทอม
ฉันเริ่มจะกลายเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ผ่านเขามาในชีวิตเขา
และกำลังจะจางหายไป
แต่เขาคงไม่รู้ว่า ..
ไม่ว่าฉันจะหันไปทางไหน หรือมองใคร
ทุกเศษเสี้ยวชิ้นส่วนในหัวใจ ,,
ฉันมีแต่เขา หน้าเขา และชื่อของเขา


ถ้ามีคนบอกว่า ‘อายุเป็นแค่ตัวเลข’
ก็ใช่ … ในบางคู่ ที่เป็นอย่างนั้น เขาอาจจะโชคดีรักกันได้ยั่งยืนยาวนาน
แต่เรื่องของฉันคงเป็นเรื่องที่โชคร้ายไปหน่อย
เราต่างกันเกินไป ฉันโตกว่าเขาเกินไป
เขายังติดเพื่อน ยังมีเรื่องสนุกกับชีวิต มีสิ่งน่าลองท้าทายมากมายในชีวิตมัธยม
ส่วนฉันนั้นขึ้นมหาลัย เจอคนมากมายเช่นกัน
เรื่องราวของเรากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ
ฉันกำลังลังเลว่าฉันควรจะหยุดหรือไปต่อ ..


‘ขอบคุณนะ’
เขาพูดแล้ววางของลงที่โต๊ะ แล้วเดินไปเล่นสนุ้กกับเพื่อน
ไดอารี่ที่ฉันเขียน .. ขวดดอกไม้ที่ฉันตั้งใจซื้อให้ ..
เขาวางกองอยู่ตรงนั้น ราวกับว่ามันเป็นแค่เศษกระดาษ กับดอกไม้เหี่ยว ๆ ดอกหนึ่ง
ฉันอดทนทั้ง ๆ ที่น้ำตาฉันสามารถพรั่งพรูออกมาได้ในตอนนี้
เขาหันมามองหน้า ฉันยิ้มให้ทำเหมือนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น
ทั้ง ๆที่ในใจ เจ็บแทบเจียนตาย ..


‘เดี๋ยวธีไปส่ง’
ฉันขึ้นแท็กซี่ นั่งติดกับเขา
ระยะทางจากคอนโดเขากับบ้านฉันไม่ไกลกันเท่าไหร่
ฉันอยากจะยืดระยะทาง เพิ่มความยาวของถนนออกไป
ฉันอาจจะได้อยู่กับเขาได้นานกว่านี้ ..


‘แกเป็นอะไรอะ !’
เขาหันมาพูดด้วยน้ำเสียงตกใจมาก ไม่ใช่แค่เสียงแต่หน้าเขาก็ดูช็อคสุด ๆ ด้วย
ฉันเป็นอะไร ? ก็ไม่รู้เหมือนกัน ..
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ฉันแค่ขอจับมือเขา มองออกไปนอกหน้าต่าง
น้ำตาที่พยายามอดกลั้นไว้ มันไหลออกมา และไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
ยิ่งพยายามให้มันหยุดมากเท่าไหร่ ..
มันยิ่งไหลออกมามากเท่านั้น
เฉกเช่นเดียวกับความรัก

‘ทำไม เป็นไรทำไมแกไม่บอก บอกธีสิ ’
สีหน้าของเขาดูแย่มาก
ความรู้สึกของฉันก็เช่นกัน ..
รถขับเคลื่อนไปใกล้ถึงจุดหมาย
ฉันบีบมือเขา จับไว้ ..
จับมือเขาแน่น สายตามองไปที่มือที่เรากำลังสัมผัสกันนั้น
ฉันไม่อยากปล่อยมันออกไป  ,,
เพราะฉันรู้ว่า นี่เป็นครั้งแรก ครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้จับมือของเขา
และ จะได้นั่งรถด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย

รถจอดอย่างช้า ๆ โชเฟอร์นิ่งไม่พูดอะไร
ทุกอย่างเงียบมาก เงียบจนฉันได้ยินเสียงแอร์ของรถ
ฉันยิ้ม ..
ทั้ง ๆ ที่น้ำตาเปรอะเปื้อนหน้าไปหมด
ฉันค่อย ๆ ปล่อยมือที่จับไว้อย่างช้า ๆ
มองมือ ใบหน้า และดวงตาคู่นั้นอย่างหวงแหน
ฉันยิ้มอีกครั้ง ..
เปิดประตูรถแล้วหันมาบอกกับเขาว่า
‘โชคดีนะธี’

เรื่องราวของเราค่อย ๆ จางหายไป
วันที่เคยแสนดีเปลี่ยนไปเป็นวันหม่นหมอง
ทุกวันเต็มไปความคิดถึง
โลกใบนี้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตา

ฉันโทษตัวเองอยู่ทุกวัน
บางที ..
ถ้าแหวนวงนั้นไม่ได้เป็นรูปคนหน้าบึ้ง
ถ้าฉันแต่งตัวให้สวยกว่านั้น
ถ้าฉันเด็กกว่านี้
ถ้าวันนั้นฉันไม่ปล่อยมือของเธอ
ถ้าฉัน ถ้าฉัน ถ้าฉัน ..
มีเหตุเป็นร้อยเป็นพัน
แต่ฉันก็เข้าใจว่าสักวันยังไง
ไม่ว่าฉันจะเลือกทางไหนไปต่อหรือหยุด
.. มันก็ต้องจบอยู่ดี

ฉันเดินผ่านร้านไอศกรีมร้านเดิม
หยุดนิ่ง และเดินเข้าไปกดไอศกรีม
นั่งลงคนเดียว ที่โต๊ะเดิม
ทำไมนะ .. ไอศกรีมถึงไม่อร่อยเหมือนเคย.